วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ดอลล์แข็ง ฉุดทองคำปิดลบ 80 เซนต์

จัดทำโดย
ชื่อ-สกุล นาย กำพล เลิศทยาวงศ์ เลขทะเบียน 5001208076
เรื่อง :ดอลล์แข็ง ฉุดทองคำปิดลบ 80 เซนต์

สัญญาณทองคำตลาดนิวยอร์กร่วงลง 80 เซนต์ เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX(Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ก.พ.ร่วงลง 80 เซนต์ ปิดที่ 1,123 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในกรอบ 1127.6-1117.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือน มี.ค.เพิ่มขึ้น 11.5 เซนต์ ปิดที่ 17.455 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และสัญญาทองแดงส่งมอบเดือน มี.ค.ลดลง 1.05 เซนต์ ปิดที่ 3.1415 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อปอนด์

ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือน ม.ค.เพิ่มขึ้น 5.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดที่ 1,452.50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมเดือน มี.ค.ปิดที่ 366.05 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ลดลง 2.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ

นักวิเคราะห์กล่าวว่า แม้สัญญาทองคำปิดลบ แต่แรงซื้อยังคงส่งเข้ามาตลอดทั้งวัน เนื่องจากนักลงทุนมองว่าทองคำเป็นการลงทุนที่ปลอดความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ โดยเฉพาะรายงานตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดในสหรัฐฯ ที่ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อรุนแรงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่า ดัชนีพีพีไอเดือน พ.ย.พุ่งขึ้น 1.8% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 2 เท่า ขณะที่ดัชนีพีพีไอซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารและพลังงาน ดีดขึ้น 0.5% ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นรุนแรงสุดในรอบกว่า 1 ปี

ล่าสุดเวลา 09.30 น. ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 17,650 บาท ขายออก 17,750 บาท และราคาทองรูปพรรณ รับซื้อ 17,388.52 บาท ขายออก 18,150 บาท.


คำถาม
1.ราคาทองคำ ตกลงเพราะเหตุใด

2.ล่าสุดราคาทองคำแท่ง 96.5% มีราคารับซื้อและขายออกเท่าใด

3.กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่า ดัชนีพีพีไอ เดือยพ.ย. ขึ้นกี่%

วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เงินสดทัน หรือหนี้สินทันใด

เงินสดทันที หรือหนี้สินทันใด



จัดทำบทความโดย
ชื่อ-สกุล น.ส.พิศราภรณ์ กุธพันธ์ เลขทะเบียน 5001208088

จากนโยบายแก้หนี้นอกระบบ ถือเป็นนโยบายที่ดี แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายในการจัดการปัญหาหนี้นอกระบบ จะว่าไปแล้วทุกเรื่องบนโลกนี้ เวลาพูดถึงหลักการนั้นอาจจะไม่ยากนัก เพราะพูดกันบนกระดาษ

แต่ความยากอยู่ที่การนำไปปฏิบัติ (Execution) อย่างกรณีของหนี้นอกระบบ เมื่อมีผู้ที่มาลงทะเบียนแล้ว แต่เมื่อมาคัดกรองพบว่ามีจำนวนมากที่ไม่เข้าข่ายการให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากเป็นหนี้ที่ผิดกฎหมาย เช่น หนี้พนัน เป็นต้น

หากเป็นหนี้ที่เข้าข่ายว่าให้การช่วยเหลือได้ ก็ต้องมีการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าหนี้นอกระบบจะไม่มาไกล่เกลี่ยด้วย หรือแม้แต่มาคอยข่มขู่เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ของตนมาลงทะเบียน

แต่ก็ถือว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะจากการสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพล พบว่าประชาชน 64% เห็นด้วยกับโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยจะเป็นสถาบันการเงินของรัฐที่รับผิดชอบในส่วนดังกล่าว

จะว่าไปแล้วก็คงจะเป็นคนละกลุ่มเป้าหมายกับสถาบันการเงินของเอกชน เพราะคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนจะต้องเป็นลูกหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท ซึ่งก็จะทำให้กลุ่มคนดังกล่าวเข้าถึงหนี้ในระบบได้ง่ายและมากขึ้น อีกทั้งทางภาครัฐก็ยังวางแผนในการแก้ปัญหาแบบระยะยาวด้วยการแนะนำ ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างอาชีพ เพื่อให้ลูกหนี้มีกำลังในการชำระหนี้ และไม่กลับมาเป็นหนี้อีก

ในส่วนสินเชื่อบุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่ง กล่าวคือ ด้วยคุณสมบัติต่างๆ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของสถาบันการเงินได้อยู่แล้ว หรือพูดอีกมุมก็คือ หมดสิทธิเข้าในโครงการดังกล่าว ในปัจจุบันก็มีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนผู้ที่มีความต้องการทางการเงินก็สามารถเลือกได้เยอะ

เพราะช่วงนี้สินเชื่อบุคคลไม่ว่าจะของธนาคารพาณิชย์ไทย หรือกลุ่มธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ก็มีการออกมาทำการตลาดกันสุดๆ ทั้งคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำลงกว่าเมื่อก่อน ทั้งเพิ่มระยะเวลาในการผ่อน ไหนจะลดหลักเกณฑ์เรื่องรายได้ขั้นต่ำลงมาอีก ของแถมก็ดูดีสุดๆ เช่น แถมที่พัก โรงแรมหรู เป็นต้น


ที่มา http://www.posttoday.com/finance.php?id=79785

คำถาม
1. คุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องเป็นลูกหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นไม่เกินกี่บาท

2. สถาบันทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์มีวิธีทำการตลาดวิธีใดบ้าง

3. ผู้ที่มาลงทะเบียนแล้วแต่ไม่เข้าข่ายการให้ความช่วยเหลือเนื่องจากอะไร

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ศาลปค.สั่งระงับ 65โครงการ มาบตาพุด

จัดทำบทความโดย
ชื่อ-สกุล น.ส.วรัญญา สุนทรพัฒนพิมล
เลขทะเบียน 5001208024

เรื่อง ศาลปค.สั่งระงับ 65โครงการ มาบตพุด

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ 11 โครงการจาก 76 โครงการในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ดำเนินต่อไปได้ "ศรีสุวรรณ" ประกาศชัยชนะประชาชน เดินหน้าฟ้องศาลต่ออีก 181 โครงการ
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ศาลปกครองสูงสุด โดยนายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ขึ้นอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในคดีมาบตาพุด ตามคำร้องที่ 586/2552 ซึ่งสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับพวก รวม 43 คน เป็นผู้ฟ้องคดีต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกับพวก 8 คน และบริษัทเหมราช อีสเทิร์น ซีบอร์ด อินดัสเตรียล เอสเสตท กับพวกรวม 43 คน ซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายและ ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

ท้ายที่สุด ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งแก้คำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 8 สั่งระงับโครงการ หรือกิจการที่ยังเป็นโครงการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 65 โครงการ และให้เดินหน้า 11 โครงการ และกิจกรรมที่ไม่น่าก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงหรือชัดเจน แต่เป็นโครงการที่มุ่งควบคุมหรือบำบัดมลพิษ ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมในโครงการเพื่อบำบัดมลพิษและดูแลสิ่งแวดล้อม รวมถึงโครงการประเภทคมนาคม โดยให้ทั้ง 11 โครงการ สามารถเดินหน้าต่อไปได้

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีที่ศาลมีคำพิพากษากับ 65 โครงการ ว่า กระทรวงฯ เตรียมออกฎหมายรองรับเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง แต่ไม่ทันได้เข้าพิจารณาสมัยการประชุมสภาฯ และมีการประกาศกระทรวงทรัพยกรฯ เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการ หรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ไปแล้ว ซึ่งจะใช้ในการพิจารณากับโครงการที่เหลืออยู่ให้ปฎิบัติตามมาตรา 67

ส่วนกรณีคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุด เสนอให้กระทรวงฯ ปรับรายละเอียดเกี่ยวกับองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ในประกาศกระทรวงฯ ก็พร้อมรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายรวมทั้งกรรมการ 4 ฝ่าย ที่อาจจะมีข้อเสนอแนะที่ถือว่ามีประโยชน์และสามารถป้องกันแก้ไขได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 เขียนไว้ชัดเจน ก็ปฎิบัติตาม ส่วนกฎหมายที่ประกาศออกไปก่อนหน้านี้ ก็สามารถแก้ไขได้ ไม่มีกฎหมายใดเป็นอมตะ ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ขอเพียงแก้แล้วดีขึ้นก็ยินดีทุกเรื่อง

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมสภาวะแวดล้อม ในฐานะโจทย์ที่ร่วมกับชาวบ้านมาบตาพุด 43 รายฟ้องให้มีการระงับ 76 โครงการ กล่าวว่า ค่อนข้างพอใจในคำตัดสินของศาลอย่างมาก และถือว่าประชาชนชนะแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่ต้องออกระเบียบและกฎหมายรองรับ และในส่วนเอกชนที่ต้องเร่งประเมินผลกระทบด้านสุขภาพก็ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อนำมายื่นกับศาลประกอบการพิจารณาต่อไป ขณะที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุดชุดของนายอานันท์ ปันยารชุน ที่ก่อนหน้านี้ประเมินว่าจะใช้เวลา 4-5 เดือน ในการประเมินและคัดแยกโครง การในมาบตาพุด ก็คงร่นเวลาทำงานได้เร็วขึ้นเหลือเพียง 1 เดือน ก็อาจเป็นไปได้ เพราะศาลได้ช่วยคัดแยกโครงการออกไปถึง 11 โครงการแล้ว สมาคมฯจะเดินหน้าใน 181 โครงการที่ได้ประเมินไว้ว่าเข้าข่ายที่ต้องปฎิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง ซึ่งได้ส่งหนังสือเตือนไปยังบริษัทเหล่านั้นแล้ว

สำหรับ 11 โครงการที่ศาลไม่ระงับโครงการต่อไป เนื่องจากไม่เข้าข่ายโครงการหรือกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพในพื้นที่มาบตาพุด และบ้านฉาง จ.ระยอง ตามมาตรา 67 วรรคสอง ประกอบด้วย ประเภทอุตสาหกรรม ได้แก่ โครงการ 16 โครงการเชื้อเพลิงสะอาดและปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท โรงกลั่นน้ำมันระยอง จำกัด(มหาชน) ,โครงการ 22 โครงการปรับปรุงระบบหมุนเวียนก๊าซกลับคืนของโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชนิดโพลี โพรพีลีน ตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอร์ส จำกัด , โครงการ 37 โครงการผลิตเชื้อเพลิงสะอาด ติดตั้งหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (ขอ เปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ) ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด

โครงการ 41 โครงการติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ไบโอ ดีเซล ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด(มหาชน) โครงการ 45 การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและ ระบบบำบัดมลพิษทางอากาศโรงงานผลิต Purified Terephthalic Acid (PTA) ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย อ.บ้านฉาง ของบริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด ,โครงการ 50 โครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 6 (การเพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งเพื่อหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่) ตั้งอยู่ที่ ต.มาบตาพุด ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โครงการ 55 การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโรงงานผลิตคลอ-อัลคาลี และอีพีคลอโรไฮดรินภายใต้โครงการติดตั้ง Chlorine Vaporizer ,Wet Scrubber ของ HCL Section และการปรับเปลี่ยนขนาดถังบรรจุคลอรีนเหลว ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) ของบริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์(ประเทศไทย )จำกัด(คลอ อัลคาลี ดีวิชั่น)

ส่วนประเภทคมนาคม ได้แก่ โครงการ 2 โครงการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งและขนาดถังเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ ตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท มาบตาพุดแท็งค์ เพอร์มินัล จำกัด,โครงการ 3 โครงการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการท่าเทียบเรือและคลังผลิตภัณฑ์ (การเพิ่มถังเก็บและอุปกรณ์ขนถ่าย LPG/Butene-1) ตั้งที่ ต.มาบตาพุด ของบริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด(มหาชน) ,โครงการ 4 ราย งานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการขยายท่าเทียบเรือขนถ่ายสารปิโตรเคมี และคลังเก็บวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ (การก่อสร้างถังเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ถัง โพรเพน/บิวเทน) ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ,โครงการ 6 โครงการติดตั้ง Loading Arm เพิ่มเติมที่ท่าเทียบเรือของโรงกลั่นน้ำมันสตาร์ ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด


ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/eco/50637


คำถาม

1. ศาลปกครอง มีคำสั่งระงับโครงการที่มาบตพุตกี่โครงการ แล้วให้ดำเนินการต่อได้กี่โครงการ


2. โครงการที่ถูกสั่งระงับ ต้องปฏิบัติรัฐธรรมนูญ มาตราใด


3. ทำไมมีโครงการบางโครงการที่ไม่ถูกระงับ

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล

จัดทำบทความโดย
ชื่อ-สกุล นาย กำพล เลิศทยาวงศ์ เลขทะเบียน 5001208076
เรื่อง การวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล

การวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับบุคคลทั่วไป เพราะ สามารถช่วยให้การจัดการทางการเงินของแต่ละบุคคลเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด และสามารถที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ แม้ว่าสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากที่คาดการณ์ไว้บ้างก็ตาม

ปัจจัยพื้นฐานของการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล ประกอบไปด้วยปัจจัย ที่สำคัญ 3 ประการ คือ
1.ผู้มีส่วนร่วมในการวางแผน ส่วนใหญ่หัวหน้าครอบครัวจะร่วมกับภรรยาและบุตรที่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะสามารถ ร่วมรับผิดชอบได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความผูกพัน และสามารถรับความเสี่ยงต่อการตัดสินใจในสิ่งที่ได้มีการวา งแผนไว้
2. รายได้ส่วนบุคคลสุทธิรวม คือ จำนวนเงินรายได้ภายหลังการหักภาษีที่สมาชิกภายในครอบครัวม อบให้แก่ครอบครัว
3. การวิเคราะห์บันทึกทางการเงิน มีประโยชน์ 2 ประการ คือ- สามารถ จัดประเภทค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป ออกไว้ต่างหากจากค่าใช้จ่ายประเภทอื่น เพื่อให้การประมาณการรายจ่ายประเภทนี้ในปีต่อไปได้ชัดเจนขึ้น- สามารถประมาณการรายจ่ายที่อาจเกิดขึ้นได้ ช่วยให้เราวางแผนทางการเงินในอนาคตได้เป็นอย่างดี

วัตถุประสงค์ทางการเงิน มี 3 ประการ คือ
1. รายจ่ายประจำที่ต้องจ่ายอย่างสม่ำเสมอ คือ รายจ่ายที่เกิดขึ้นทุกเดือนสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถประมาณการได้จากรายจ่ายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต
2. เงินออมในระยะสั้น คือ เงินที่กำหนดเตรียมไว้เพื่อวัตถุประสงค์บางประการ ภายในระยะเวลาไม่นานนักในอนาคต เช่น 2 หรือ 3 ปีข้างหน้า
3. เงินออมในระยะยาว คือ เงินที่เตรียมไว้เพื่อการใช้จ่ายในระยะเวลานานอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป ได้แก่
3.1 เงินทุนเพื่อโครงการภายหลังการเกษียณอายุ ควรมีการเพิ่มจำนวนเงินให้มากขึ้น เมื่อเทียบกับปัจจุบัน เพื่อรองรับภาวะเงินเฟ้อในอนาคตด้วย
3.2เงินทุนเพื่อการศึกษาของบุตร จำนวนเงินจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแผนการศึกษาที่ผู้ปกครอ งได้วางไว้ให้แก่บุตรของตน
3.3 เงินลงทุนซื้อหุ้น พันธบัตร ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ เป็นเงินลงทุนเพิ่มเติมจากการสะสมรายได้ในอดีต เพื่อลดผลกระทบหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในอนาคต การวางระบบการจัดทำงบประมาณส่วนบุคคล จะต้องมีระบบการเก็บเอกสารหลักฐานทางการเงินที่สำคัญไว้อย่างครบถ้วนด้วย

คำถามท้ายเรื่อง

ข้อที่ 1. ปัจจัยพื้นฐานของการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล มีกี่ข้อ อะไรบ้าง

ข้อที่ 2.วัตถุประสงค์ทางการเงินมีกี่ประการ อะไรบ้าง

ข้อที่ 3.เงินออมในระยะยาว หมายถึงอะไร จงอธิบาย

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รูปแบบบทความ



จัดทำบทความโดย

ชื่อ-สกุล........................................เลขทะเบียน.....................
เรื่อง........................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ที่มา:……………………………………………………………………………
คำถาม
1……………………..………………………………………………………………….
2………………………………………………………………………………………….
3……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….