จัดทำบทความโดย
ชื่อ-สกุล น.ส.วรัญญา สุนทรพัฒนพิมล
เลขทะเบียน 5001208024
เรื่อง ศาลปค.สั่งระงับ 65โครงการ มาบตพุดศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ 11 โครงการจาก 76 โครงการในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ดำเนินต่อไปได้ "ศรีสุวรรณ" ประกาศชัยชนะประชาชน เดินหน้าฟ้องศาลต่ออีก 181 โครงการ
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ศาลปกครองสูงสุด โดยนายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ขึ้นอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในคดีมาบตาพุด ตามคำร้องที่ 586/2552 ซึ่งสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับพวก รวม 43 คน เป็นผู้ฟ้องคดีต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกับพวก 8 คน และบริษัทเหมราช อีสเทิร์น ซีบอร์ด อินดัสเตรียล เอสเสตท กับพวกรวม 43 คน ซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายและ ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
ท้ายที่สุด ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งแก้คำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 8 สั่งระงับโครงการ หรือกิจการที่ยังเป็นโครงการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 65 โครงการ และให้เดินหน้า 11 โครงการ และกิจกรรมที่ไม่น่าก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงหรือชัดเจน แต่เป็นโครงการที่มุ่งควบคุมหรือบำบัดมลพิษ ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมในโครงการเพื่อบำบัดมลพิษและดูแลสิ่งแวดล้อม รวมถึงโครงการประเภทคมนาคม โดยให้ทั้ง 11 โครงการ สามารถเดินหน้าต่อไปได้
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีที่ศาลมีคำพิพากษากับ 65 โครงการ ว่า กระทรวงฯ เตรียมออกฎหมายรองรับเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง แต่ไม่ทันได้เข้าพิจารณาสมัยการประชุมสภาฯ และมีการประกาศกระทรวงทรัพยกรฯ เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการ หรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ไปแล้ว ซึ่งจะใช้ในการพิจารณากับโครงการที่เหลืออยู่ให้ปฎิบัติตามมาตรา 67
ส่วนกรณีคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุด เสนอให้กระทรวงฯ ปรับรายละเอียดเกี่ยวกับองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ในประกาศกระทรวงฯ ก็พร้อมรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายรวมทั้งกรรมการ 4 ฝ่าย ที่อาจจะมีข้อเสนอแนะที่ถือว่ามีประโยชน์และสามารถป้องกันแก้ไขได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 เขียนไว้ชัดเจน ก็ปฎิบัติตาม ส่วนกฎหมายที่ประกาศออกไปก่อนหน้านี้ ก็สามารถแก้ไขได้ ไม่มีกฎหมายใดเป็นอมตะ ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ขอเพียงแก้แล้วดีขึ้นก็ยินดีทุกเรื่อง
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมสภาวะแวดล้อม ในฐานะโจทย์ที่ร่วมกับชาวบ้านมาบตาพุด 43 รายฟ้องให้มีการระงับ 76 โครงการ กล่าวว่า ค่อนข้างพอใจในคำตัดสินของศาลอย่างมาก และถือว่าประชาชนชนะแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่ต้องออกระเบียบและกฎหมายรองรับ และในส่วนเอกชนที่ต้องเร่งประเมินผลกระทบด้านสุขภาพก็ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อนำมายื่นกับศาลประกอบการพิจารณาต่อไป ขณะที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุดชุดของนายอานันท์ ปันยารชุน ที่ก่อนหน้านี้ประเมินว่าจะใช้เวลา 4-5 เดือน ในการประเมินและคัดแยกโครง การในมาบตาพุด ก็คงร่นเวลาทำงานได้เร็วขึ้นเหลือเพียง 1 เดือน ก็อาจเป็นไปได้ เพราะศาลได้ช่วยคัดแยกโครงการออกไปถึง 11 โครงการแล้ว สมาคมฯจะเดินหน้าใน 181 โครงการที่ได้ประเมินไว้ว่าเข้าข่ายที่ต้องปฎิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง ซึ่งได้ส่งหนังสือเตือนไปยังบริษัทเหล่านั้นแล้ว
สำหรับ 11 โครงการที่ศาลไม่ระงับโครงการต่อไป เนื่องจากไม่เข้าข่ายโครงการหรือกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพในพื้นที่มาบตาพุด และบ้านฉาง จ.ระยอง ตามมาตรา 67 วรรคสอง ประกอบด้วย ประเภทอุตสาหกรรม ได้แก่ โครงการ 16 โครงการเชื้อเพลิงสะอาดและปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท โรงกลั่นน้ำมันระยอง จำกัด(มหาชน) ,โครงการ 22 โครงการปรับปรุงระบบหมุนเวียนก๊าซกลับคืนของโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชนิดโพลี โพรพีลีน ตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอร์ส จำกัด , โครงการ 37 โครงการผลิตเชื้อเพลิงสะอาด ติดตั้งหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (ขอ เปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ) ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด
โครงการ 41 โครงการติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ไบโอ ดีเซล ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด(มหาชน) โครงการ 45 การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและ ระบบบำบัดมลพิษทางอากาศโรงงานผลิต Purified Terephthalic Acid (PTA) ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย อ.บ้านฉาง ของบริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด ,โครงการ 50 โครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 6 (การเพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งเพื่อหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่) ตั้งอยู่ที่ ต.มาบตาพุด ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โครงการ 55 การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโรงงานผลิตคลอ-อัลคาลี และอีพีคลอโรไฮดรินภายใต้โครงการติดตั้ง Chlorine Vaporizer ,Wet Scrubber ของ HCL Section และการปรับเปลี่ยนขนาดถังบรรจุคลอรีนเหลว ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) ของบริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์(ประเทศไทย )จำกัด(คลอ อัลคาลี ดีวิชั่น)
ส่วนประเภทคมนาคม ได้แก่ โครงการ 2 โครงการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งและขนาดถังเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ ตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท มาบตาพุดแท็งค์ เพอร์มินัล จำกัด,โครงการ 3 โครงการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการท่าเทียบเรือและคลังผลิตภัณฑ์ (การเพิ่มถังเก็บและอุปกรณ์ขนถ่าย LPG/Butene-1) ตั้งที่ ต.มาบตาพุด ของบริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด(มหาชน) ,โครงการ 4 ราย งานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการขยายท่าเทียบเรือขนถ่ายสารปิโตรเคมี และคลังเก็บวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ (การก่อสร้างถังเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ถัง โพรเพน/บิวเทน) ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ,โครงการ 6 โครงการติดตั้ง Loading Arm เพิ่มเติมที่ท่าเทียบเรือของโรงกลั่นน้ำมันสตาร์ ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด
ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/eco/50637
คำถาม
1. ศาลปกครอง มีคำสั่งระงับโครงการที่มาบตพุตกี่โครงการ แล้วให้ดำเนินการต่อได้กี่โครงการ
2. โครงการที่ถูกสั่งระงับ ต้องปฏิบัติรัฐธรรมนูญ มาตราใด
3. ทำไมมีโครงการบางโครงการที่ไม่ถูกระงับ