จัดทำบทความโดย
ชื่อ-สกุล น.ส.พิศราภรณ์ กุธพันธ์ เลขทะเบียน 5001208088
จากนโยบายแก้หนี้นอกระบบ ถือเป็นนโยบายที่ดี แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายในการจัดการปัญหาหนี้นอกระบบ จะว่าไปแล้วทุกเรื่องบนโลกนี้ เวลาพูดถึงหลักการนั้นอาจจะไม่ยากนัก เพราะพูดกันบนกระดาษ
แต่ความยากอยู่ที่การนำไปปฏิบัติ (Execution) อย่างกรณีของหนี้นอกระบบ เมื่อมีผู้ที่มาลงทะเบียนแล้ว แต่เมื่อมาคัดกรองพบว่ามีจำนวนมากที่ไม่เข้าข่ายการให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากเป็นหนี้ที่ผิดกฎหมาย เช่น หนี้พนัน เป็นต้น
หากเป็นหนี้ที่เข้าข่ายว่าให้การช่วยเหลือได้ ก็ต้องมีการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าหนี้นอกระบบจะไม่มาไกล่เกลี่ยด้วย หรือแม้แต่มาคอยข่มขู่เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ของตนมาลงทะเบียน
แต่ก็ถือว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะจากการสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพล พบว่าประชาชน 64% เห็นด้วยกับโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยจะเป็นสถาบันการเงินของรัฐที่รับผิดชอบในส่วนดังกล่าว
จะว่าไปแล้วก็คงจะเป็นคนละกลุ่มเป้าหมายกับสถาบันการเงินของเอกชน เพราะคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนจะต้องเป็นลูกหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท ซึ่งก็จะทำให้กลุ่มคนดังกล่าวเข้าถึงหนี้ในระบบได้ง่ายและมากขึ้น อีกทั้งทางภาครัฐก็ยังวางแผนในการแก้ปัญหาแบบระยะยาวด้วยการแนะนำ ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างอาชีพ เพื่อให้ลูกหนี้มีกำลังในการชำระหนี้ และไม่กลับมาเป็นหนี้อีก
ในส่วนสินเชื่อบุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่ง กล่าวคือ ด้วยคุณสมบัติต่างๆ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของสถาบันการเงินได้อยู่แล้ว หรือพูดอีกมุมก็คือ หมดสิทธิเข้าในโครงการดังกล่าว ในปัจจุบันก็มีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนผู้ที่มีความต้องการทางการเงินก็สามารถเลือกได้เยอะ
เพราะช่วงนี้สินเชื่อบุคคลไม่ว่าจะของธนาคารพาณิชย์ไทย หรือกลุ่มธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ก็มีการออกมาทำการตลาดกันสุดๆ ทั้งคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำลงกว่าเมื่อก่อน ทั้งเพิ่มระยะเวลาในการผ่อน ไหนจะลดหลักเกณฑ์เรื่องรายได้ขั้นต่ำลงมาอีก ของแถมก็ดูดีสุดๆ เช่น แถมที่พัก โรงแรมหรู เป็นต้น
ที่มา http://www.posttoday.com/finance.php?id=79785
คำถาม
1. คุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องเป็นลูกหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นไม่เกินกี่บาท
2. สถาบันทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์มีวิธีทำการตลาดวิธีใดบ้าง
3. ผู้ที่มาลงทะเบียนแล้วแต่ไม่เข้าข่ายการให้ความช่วยเหลือเนื่องจากอะไร
จากนโยบายแก้หนี้นอกระบบ ถือเป็นนโยบายที่ดี แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายในการจัดการปัญหาหนี้นอกระบบ จะว่าไปแล้วทุกเรื่องบนโลกนี้ เวลาพูดถึงหลักการนั้นอาจจะไม่ยากนัก เพราะพูดกันบนกระดาษ
แต่ความยากอยู่ที่การนำไปปฏิบัติ (Execution) อย่างกรณีของหนี้นอกระบบ เมื่อมีผู้ที่มาลงทะเบียนแล้ว แต่เมื่อมาคัดกรองพบว่ามีจำนวนมากที่ไม่เข้าข่ายการให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากเป็นหนี้ที่ผิดกฎหมาย เช่น หนี้พนัน เป็นต้น
หากเป็นหนี้ที่เข้าข่ายว่าให้การช่วยเหลือได้ ก็ต้องมีการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าหนี้นอกระบบจะไม่มาไกล่เกลี่ยด้วย หรือแม้แต่มาคอยข่มขู่เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ของตนมาลงทะเบียน
แต่ก็ถือว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะจากการสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพล พบว่าประชาชน 64% เห็นด้วยกับโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยจะเป็นสถาบันการเงินของรัฐที่รับผิดชอบในส่วนดังกล่าว
จะว่าไปแล้วก็คงจะเป็นคนละกลุ่มเป้าหมายกับสถาบันการเงินของเอกชน เพราะคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนจะต้องเป็นลูกหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท ซึ่งก็จะทำให้กลุ่มคนดังกล่าวเข้าถึงหนี้ในระบบได้ง่ายและมากขึ้น อีกทั้งทางภาครัฐก็ยังวางแผนในการแก้ปัญหาแบบระยะยาวด้วยการแนะนำ ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างอาชีพ เพื่อให้ลูกหนี้มีกำลังในการชำระหนี้ และไม่กลับมาเป็นหนี้อีก
ในส่วนสินเชื่อบุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่ง กล่าวคือ ด้วยคุณสมบัติต่างๆ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของสถาบันการเงินได้อยู่แล้ว หรือพูดอีกมุมก็คือ หมดสิทธิเข้าในโครงการดังกล่าว ในปัจจุบันก็มีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนผู้ที่มีความต้องการทางการเงินก็สามารถเลือกได้เยอะ
เพราะช่วงนี้สินเชื่อบุคคลไม่ว่าจะของธนาคารพาณิชย์ไทย หรือกลุ่มธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ก็มีการออกมาทำการตลาดกันสุดๆ ทั้งคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำลงกว่าเมื่อก่อน ทั้งเพิ่มระยะเวลาในการผ่อน ไหนจะลดหลักเกณฑ์เรื่องรายได้ขั้นต่ำลงมาอีก ของแถมก็ดูดีสุดๆ เช่น แถมที่พัก โรงแรมหรู เป็นต้น
ที่มา http://www.posttoday.com/finance.php?id=79785
คำถาม
1. คุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องเป็นลูกหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นไม่เกินกี่บาท
2. สถาบันทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์มีวิธีทำการตลาดวิธีใดบ้าง
3. ผู้ที่มาลงทะเบียนแล้วแต่ไม่เข้าข่ายการให้ความช่วยเหลือเนื่องจากอะไร